ad1

ศาลาการเปรียญ     จากคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่าๆ ศาลาการเปรียญของ วัดมอญ (วัดพิจารณ์โสภณ) ไม่ทราบว่าสร้างในสมัยเจ้าอาวาสองค์ใด เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ประกอบไปด้วยหน้าบรรณใบระกาเป็นไม้ แกะสลักลวดลายภายนอก ทราบแต่เพียงว่า ศาลาการเปรียญหลังนี้ เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว ใช้ระยะเวลามากน้อยเท่าไรไม่ปรากฏ แต่ในปี พ.ศ. ๒๔๗๖ ใช้เป็นโรงเรียนสอน พระปริยัติธรรม กาลเวลายิ่งผ่านพ้นไป สภาพของศาลาการเปรียญก็ชำรุดทรุดโทรมมากขึ้นเท่านั้น แม้แต่บันไดไม้เนื้อแข็ง ทั้งด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก การขึ้นลงต้องระมัดระวังไม่เช่นนั้นอาจพลัดตกได้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระครูโสภณธรรมพิจารณ์ (กวา อนนฺโท) จึงได้ทำการรื้อถอนว่าจ้างช่างให้มาก่อสร้าง พร้อมทั้งบูรณะขึ้นมาใหม่ปี พ.ศ. ๒๔๙๒ ลักษณะของศาลาการเปรียญหลังใหญ่ เป็นรูปทรงไม้เป็นทรงไทย หลังคามุงกระเบื้องปูนผสมทรายมีช่อฟ้าใบระกาเป็นไม้แกะสลัก ติดกระจกหลากสี หน้าบรรณศาลาเป็นทรงไม้

     ติดด้วยไม้แกะสลักใบเทศ เสาศาลาเป็นไม้ซุงใหญ่และมีศาลาขนาดกลางอยู่ติดกับศาลาหลังใหญ่๑หลังขนาบกัน ส่วนด้านหน้าของศาลาหลังใหญ่มีศาลาหลังเล็ก ๒ หลังอยู่คู่กัน ต่อมากาลเวลาได้ผ่านไปอยู่หลายปีศาลาการเปรียญหลังนี้และหลังอื่นๆที่ได้สร้างมาตอนนั้นก็มีสภาพที่เสื่อมทรุดโทรมลง ได้มาถึงยุคสมัยของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูโสภณพัฒนวิจารณ์ (สังเวียน ปญฺญาทีโป)ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดพิจารณ์โสภณ ท่านก็มีความประสงค์และได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ ศาลาการเปรียญหลังใหญ่นี้และหลังอื่นๆขึ้นมาด้วยพร้อมๆกัน

     ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ได้ทำการดีดเสาศาลาการเปรียญหลังใหญ่ให้สูงขึ้นมาพร้อมทั้งทำการบูรณะเป็นครั้งใหญ่ ในตอนนั้นการก่อสร้างมีพระภิกษุสงฆ์ สามเณรที่ “พระครูโสภณพัฒนวิจารณ์” ได้เป็นพระอุปัชฌายะ ทำการบรรพชา อุปสมบท บวชให้และได้เข้ามาอยู่ ในวัดพิจารณ์โสภณที่มีความรู้ในด้านการก่อสร้างนี้ ที่เคยเป็นช่างรับเหมาก่อสร้างมาก่อนที่จะมาบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ การก่อสร้างร่วมด้วย ประชาชนชาวตำบลโผงเผง หรือบางครั้งงานที่ต้องใช้ฝีมือมากก็ได้ว่าจ้างช่างให้เขาทำให้ เช่น ในด้านลวดลายต่างๆ ลักษณะการก่อสร้างศาลาการเปรียญหลังใหญ่นั้นเป็น รูปเรือนทรงไทย ศิลปะแบบกรุงรัตนโกสินทร์ มีขนาดกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๓ เมตร หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบดินเผา มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบรรณเป็นปูนปั้น ติดลวดลาย มีรูปพระนารายณ์ทรงพระขันธ์และดอกบัวเป็นสำคัญ พร้อมทั้งออกระเบียงเป็น ๓ ด้าน คือ 

   - ด้านทิศตะวันออก มีขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๕ เมตร
   - ด้านทิศตะวันตก มีขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๕ เมตร
   - ด้านทิศใต้ มีขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๒๓ เมตร (เลียงคู่กับศาลาหลังใหญ่)

     ด้านทิศตะวันตกต่อจากระเบียงด้านทิศใต้ได้สร้างห้องครัวขึ้น๑หลัง ต่อจากระเบียงด้านทิศใต้ได้สร้างห้องครัว๑หลัง เชื่อมติดกับระเบียงที่ออกด้านทิศตะวันตกของศาลาการเปรียญ รูปทรงเป็นรูปแบบทรงปั้นหยาหลังคามุงด้วยกระเบื้องลอนคู่ สำหรับไว้ให้ญาติ-โยมได้ประกอบอาหารในงานต่างๆ เช่น งานอุปสมบท งานบำเพ็ญกุศลศพเป็นต้น