ad1

หอสวดมนต์    หอสวดมนต์ วัดพิจารณ์โสภณเป็นวัดที่ก่อสร้างมานานแต่โบราณ หอสวดมนต์สร้างขึ้นเมื่อครั้ง อดีตเจ้าอาวาสวัดมอญองค์ก่อนๆ ที่ผ่านมาเดิมหอสวดมนต์นี้อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันออกและต่อมาพื้นดินที่ติดกับชายแม่น้ำเจ้าพระยานั้นได้พังลงไป ในปี พ.ศ. ๒๔๙๔ สมัยพระครูโสภณธรรมพิจารณ์ (กวา อนนฺโท)เป็นเจ้าอาวาสวัดมอญ ท่านก็ได้ทำการรื้อถอนมาสร้างที่ใหม่ห่างจากที่เดิม สร้างลักษณะรูปเรือนทรงไทยมีช่อฟ้าใบระกาเป็นไม้แกะสลักติดกระจกหลากสี หลังคาเป็นกระเบื้องปูนผสมทราย หน้าบรรณเป็นพื้นไม้เรียบติดด้วยไม้แกะสลักลายเป็นรูปใบเทศ ไม่มีข้างฝาและบานหน้าต่าง เปิดโล่งทั้ง ๓ ด้าน มีลาวลูกกรงกรึงติดล้อมรอบหอสวดมนต์ ๓ ด้าน ด้านหลังของหอสวดมนต์มีห้องใหญ่ ๑ ห้อง ไว้สำหรับเก็บเครื่องของใช้ต่างๆ

    ส่วนหอสวดมนต์นี้ได้สร้างไว้เพื่อเป็นที่ พระภิกษุ สามเณร จะได้ทำกิจวัติสวดมนต์เช้า-เย็นและเป็นที่พัก หอสวดมนต์วัดอาศัย พระภิกษุ สามเณร กาลเวลาผ่านไป หอสวดมนต์หลังเดิมก็เสื่อมทรุดโทรมลง ในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ สมัยของพระครูโสภณพัฒนวิจารณ์ (สังเวียน ปญฺญาทีโป) ท่านก็ได้ทำการบูรณะขึ้นมาใหม่ ทรงแบบของเดิมหลังคาเป็นกระเบื้องเคลือบดินเผา มีช่อฟ้าใบระกาเป็นทรงปูนปั้นติดกระจกหลากสี หน้าบรรณเป็นพื้นปูน มีทั้ง ๒ ด้าน ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของหอสวดมนต์ เป็นรูปพระนารายณ์ทรงถือพระขันธ์ พื้นหอสวดมนต์ตัวที่เป็นตัวโรงเรือนเป็นพื้นกระดานเรียบและได้ทำการรื้อพื้นกระดานกลางเรือนใหญ่ออกเพื่อที่จะได้ยกปรับพื้นกระดานให้สูงขึ้มาใหม่ ประมาณ ๘ นิ้ว ลักษณะเป็น ๒ ชั้น พื้นกระดานทาด้วยสีชักเงารอบๆ ระเบียงมีลูกกรงกรึงล้อมรอบหอสวดมนต์อยู่ ๓ ด้าน รูปแบบศิลปกรรมสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ขนาดของหอสวดมนต์กว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๗.๕๙ เมตร ด้านในของหอสวดมนต์มีตู้ซึ้งไว้สำหรับใส่พระพุทธรูป จะได้ทำสักการบูชาของพระภิกษุ สามเณร และประชาชนที่มาในวัด แต่เดิมพื้นระเบียงด้านข้างหน้าของหอสวดมนต์เป็นพื้นไม้กระดานปูอยู่กลางแจ้ง ได้มีการผุพังลงตามกาลเวลาจึงได้ทำการรื้อออกและได้สร้างอาคารตึกขึ้นมาใหม่ ๒ หลัง เป็นรูปแบบเทปูนคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาเทปูนคอนกรีต ด้านหน้าหอสวดมนต์พื้นปูนและปูด้วยกระเบื้องเคลือบดินเผา ด้านหลังของหอสวดมนต์พื้นเป็นพื้นไม้ สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๕